Header Ads Widget

Header ADS

สสส. สำนัก 3 เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาวะบุรีรัมย์ ตั้งเป้าครอบคลุมมากกว่า 65 ตำบล

สสส. สำนัก 3 และเครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ กำลังเตรียมยกระดับการสร้างเสริมสุขภาวะจากระดับตำบลสู่ระดับจังหวัด

     บุรีรัมย์ – สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) ร่วมกับศูนย์สนับสนุนวิชาการเพื่อการจัดการเครือข่ายพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ศวภ.อีสาน) และศูนย์วิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน (ศวช.) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เดินหน้าสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จังหวัดบุรีรัมย์ เตรียมยกระดับการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนจากระดับตำบลสู่ระดับจังหวัด โดยใช้บทเรียนจากเครือข่ายตำบลสุขภาวะ 65 ตำบลใน 20 อำเภอเป็นฐานสำคัญ พร้อมสกัด 9 ประเด็นร่วมเพื่อกำหนดทิศทางการทำงานในระยะต่อไป

     เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 ทั้ง 3 หน่วยงานจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปบทเรียนและออกแบบการสร้างเสริมสุขภาวะชุมชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ณ อาคารโดมเวฬุสโมสร โรงเรียนมีชัยพัฒนา ตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเครือข่ายเข้าร่วม 17 แห่ง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวบรวมบทเรียน และร่วมกันออกแบบแนวทางจัดเวทีขับเคลื่อนงานสุขภาวะชุมชนในระดับจังหวัด

กว่า 10 ปีของเครือข่ายตำบลสุขภาวะบุรีรัมย์

     การขับเคลื่อนตำบลสุขภาวะเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2553 ภายใต้การสนับสนุนของ สสส. สำนัก 3 โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นกลไกหลักในการสร้างเสริมสุขภาพให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ สำหรับจังหวัดบุรีรัมย์ เครือข่ายตำบลสุขภาวะขยายครอบคลุม 65 ตำบลใน 20 อำเภอ คิดเป็นประมาณร้อยละ 30 ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจังหวัด มีศูนย์จัดการเครือข่ายตำบลสุขภาวะ 7 แห่ง และมี อปท. 21 แห่งที่ยังดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยอำเภอลำปลายมาศมีเครือข่ายที่ยังขับเคลื่อนงานมากที่สุด 6 แห่ง

     ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี เครือข่ายได้พัฒนากลไกทำงานให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลง เริ่มจากการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะใน 8 ประเด็นหลัก เช่น การบริหารแบบมีส่วนร่วม การจัดการภัยพิบัติ และเกษตรกรรมยั่งยืน ก่อนต่อยอดด้วยยุทธศาสตร์ S2I ซึ่งครอบคลุมการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ (Systematization) การสร้างและพัฒนานวัตกรรม (Innovation Creation) และการบูรณาการความร่วมมือภายในชุมชนและกับหน่วยงานสนับสนุนภายนอก (Integration and Collaboration)

ยกระดับสุขภาวะ

     นอกจากนี้ เครือข่ายยังนำแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนและศาสตร์ของพระราชามาประยุกต์ใช้ ควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูลตำบล TCNAP และ RECAP เพื่อใช้ประเมินศักยภาพชุมชน วางแผนการทำงาน และเตรียมรับมือวิกฤตการณ์ต่าง ๆ รวมถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

     ตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา เครือข่ายได้ยกระดับการทำงานด้วยยุทธศาสตร์ “ไตรพลัง” ได้แก่ พลังปัญญา พลังนโยบาย และพลังสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาพื้นฐานของชุมชนอย่างครอบคลุม 14 ประเด็น เชื่อมโยงกับประเด็นสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. เช่น การลดการสูบบุหรี่และการใช้บุหรี่ไฟฟ้า การลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การลดอุบัติเหตุและส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย การลดการบริโภคเค็ม การเพิ่มกิจกรรมทางกาย การลดภาวะอ้วน และการส่งเสริมสุขภาพจิต

ตัวอย่างผลงานท้องถิ่นที่ต่อยอดได้

     บทเรียนจากเครือข่ายสะท้อนผ่านผลงานในหลายพื้นที่ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งกระเต็น ซึ่งมีจำนวนครัวเรือนเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น พร้อมแนวโน้มการดื่มสุราและการสูบบุหรี่ลดลง เทศบาลตำบลโคกขมิ้นที่โดดเด่นด้านการรู้รับปรับตัวและการพัฒนากองทุนชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลบุกระสังกับรูปแบบ “ตำบลขับขี่ปลอดภัย” ที่มุ่งส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100% และองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกลาง ซึ่งมีกองทุนหมุนเวียนกว่า 100 ล้านบาท พร้อมพัฒนาโรงเรียนผู้สูงอายุให้เป็นต้นแบบของพื้นที่

ศวภ.อีสานชี้ บุรีรัมย์พร้อมขับเคลื่อนสุขภาวะระดับจังหวัด

     นางธัญญา แสงอุบล ผู้จัดการศูนย์สนับสนุนวิชาการเพื่อการจัดการเครือข่ายพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ศวภ.อีสาน) กล่าวว่า ประสบการณ์การทำงานกว่า 10 ปีแสดงให้เห็นว่า เมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมมือกับกลไกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงและยกระดับสุขภาพกับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ แม้ระหว่างทางจะมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารและบุคลากรในหลายตำบลก็ตาม

     นางธัญญาระบุว่า ความพร้อมของจังหวัดบุรีรัมย์ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ “เครื่องมือ” จากองค์ความรู้ของ สสส. สำนัก 3 ซึ่งครอบคลุมปัญหามากกว่า 20 เรื่อง เช่น บุหรี่ สุรา อุบัติเหตุ และสุขภาพผู้สูงอายุ “คน” โดยเฉพาะบุคลากรรุ่นใหม่ที่เป็นกำลังสำคัญของพื้นที่ และ “องค์ประกอบความร่วมมือ” ตามหลักสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ซึ่งผสานพลังภาคประชาสังคม ภาควิชาการ และภาคราชการ ตลอดจนความพร้อมของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน

     “บุรีรัมย์มีองค์ประกอบเหล่านี้ครบถ้วน ถึงเวลาแล้วที่เราจะชวนกันขับเคลื่อนในระดับจังหวัด เพื่อดูว่าอะไรทำได้ อะไรที่มีข้อจำกัด และให้ภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาเสริม” นางธัญญากล่าว

     นางธัญญาเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เครือข่ายสามารถสกัดประเด็นร่วมได้ 9 ประเด็น เพื่อใช้เป็นแนวทางสร้างเสริมสุขภาวะในจังหวัดบุรีรัมย์ และเชื่อมโยงกับการน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสครบ 100 ปีพระบรมราชสมภพในปี 2570

     การประชุมครั้งนี้มีความคาดหวัง 2 ประการ คือ หนึ่ง ร่วมยืนยันว่าทั้ง 9 ประเด็นมีบทเรียนจากพื้นที่รองรับและสามารถนำไปพัฒนาการทำงานเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น และสอง ค้นหาแนวทางให้หน่วยงานกับภาคีที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนและยกระดับการดำเนินงาน โดยมุ่งให้เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานด้านสุขภาวะในระดับจังหวัดอย่างเป็นระบบ

นายก อบต.โคกกลาง ชี้การรวมพลังช่วยสะท้อนศักยภาพท้องถิ่น

     นายเจริญ สุขวิบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโคกกลาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า อบต.โคกกลางร่วมเป็นเครือข่ายของ สสส. มาอย่างยาวนาน เริ่มจากการเป็นลูกข่ายก่อนพัฒนาเป็นแม่ข่าย การรวมตัวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากหลายพื้นที่จึงเป็นโอกาสให้สังคมเห็นถึงความเข้มแข็งและผลงานที่ท้องถิ่นทำเพื่อประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาอาจดำเนินงานแยกกันและยังไม่มีเวทีนำเสนอภาพรวมอย่างชัดเจน

     นายเจริญกล่าวว่า การรวมพลังของ อปท. ในจังหวัดอีกครั้งจะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมและทำให้สังคมเห็นว่าบุคลากรท้องถิ่นจำนวนมากทำงานเพื่อส่วนรวม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างข้าราชการท้องถิ่นที่เข้มแข็ง มีเมตตา และมีคุณธรรม เพราะบุคลากรที่ปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องเป็นกำลังสำคัญในการรักษาทิศทางการพัฒนาสุขภาวะ แม้ผู้บริหารท้องถิ่นจะมีวาระการดำรงตำแหน่งจำกัด

นายก อบต.ไพศาล หนุนแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างชุมชน

     นายสมพงษ์ จันสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไพศาล อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในอดีตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งทำงานด้านสุขภาวะค่อนข้างแยกส่วน ขาดที่ปรึกษาและเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำให้การขับเคลื่อนงานเป็นไปอย่างจำกัด แต่เมื่อได้พบปะกับเครือข่ายและรับองค์ความรู้จาก สสส. จึงสามารถมองเห็นแนวทางการทำงานได้ชัดเจนขึ้นและนำไปประยุกต์ใช้ในตำบลได้

     นายสมพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่าง อปท. จะช่วยให้แต่ละพื้นที่นำประสบการณ์ไปพัฒนาชุมชนของตนเอง โดยเฉพาะ 16 ชุมชนในตำบลไพศาลที่ยังต้องการความช่วยเหลือและการสนับสนุน

     “เดิมที อปท.เราเสมือนทำงานอยู่คนเดียว ไม่มีเพื่อนคิด การขับเคลื่อนต่าง ๆ อาจเป็นไปได้ช้า แต่พอมีเพื่อน ได้รับความรู้จาก สสส. ทุกอย่างก็เริ่มกระจ่างขึ้น เราเชื่อว่าสิ่งดี ๆ ที่ สสส. เข้ามาสนับสนุนจะช่วยพัฒนาชุมชนของเราได้อย่างยั่งยืนต่อไป” นายสมพงษ์กล่าว

สสส. สำนัก 3 เดินหน้าต่อเครือข่ายเก่า เปิดรับภาคีใหม่

     ดร.นิสา รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะชุมชน (สำนัก 3) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดบุรีรัมย์มุ่งเสริมศักยภาพให้แต่ละพื้นที่ขับเคลื่อนงานสุขภาวะได้สอดคล้องกับบริบทของตนเอง โดยเน้น 3 ด้าน ได้แก่ การใช้ข้อมูลและทุนทางสังคมเพื่อทบทวนศักยภาพ ค้นหาบุคคลต้นแบบและกลไกที่สามารถต่อยอดเป็นต้นแบบระดับจังหวัด การส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรม และการบูรณาการงานทั้งภายในท้องถิ่นผ่านแผนและข้อบัญญัติ ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับกระทรวง กรม จังหวัด อำเภอ และเครือข่ายตำบลต่าง ๆ

     ดร.นิสายังเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่ขับเคลื่อนประเด็นยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการดำเนินงานด้านสุขภาวะอื่นตามบริบทของแต่ละชุมชน

     สำหรับทิศทางต่อไป สสส. สำนัก 3 มุ่งเชื่อมโยงเครือข่ายเดิมให้กลับมาร่วมมือกันอีกครั้ง พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคีใหม่ที่มีเป้าหมายและอุดมการณ์ร่วมกันเข้ามาสนับสนุน เพื่อขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมมากกว่า 65 ตำบล และต่อยอดการทำงานจากระดับพื้นที่สู่การขับเคลื่อนสุขภาวะชุมชนในระดับจังหวัดอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

     การรวมพลังของ สสส. สำนัก 3 ศวภ.อีสาน ศวช. คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ จึงเป็นก้าวสำคัญในการนำบทเรียนจากชุมชนมาออกแบบความร่วมมือที่เป็นระบบ โดยมุ่งให้ประชาชนมีสุขภาพดีขึ้นและให้ท้องถิ่นสามารถดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาวะได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

Post a Comment

0 Comments

News Update !!!

สสส. สำนัก 3 เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาวะบุรีรัมย์ ตั้งเป้าครอบคลุมมากกว่า 65 ตำบล