กรมพลศึกษาปักหมุด “ขยับกาย ขยายสุข ทุกช่วงวัย ทั่วไทย” ดันคนไทยออกกำลังกายเป็นวิถีชีวิต

กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้าภารกิจพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศไทย ผ่านการส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัย “ออกกำลังกาย เล่นกีฬา และประกอบกิจกรรมนันทนาการเป็นวิถีชีวิต” เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีและยั่งยืน โดยวางกลไกเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ท้องถิ่น ชุมชน และภาคีเครือข่าย พร้อมยกระดับวิทยาศาสตร์การกีฬา ความปลอดภัย และมาตรฐานกิจกรรมกีฬาและนันทนาการให้ครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ
นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า หลายคนอาจมีภาพจำว่ากรมพลศึกษาเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ส่งเสริมบุคลากรด้านพลศึกษา หรือจัดการแข่งขันกีฬา แต่ภารกิจของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีขอบเขตกว้างขวางและครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่เด็ก เยาวชน คนวัยทำงาน ผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ชายขอบ ไปจนถึงคนพิการ โดยการส่งเสริมกีฬา การออกกำลังกาย และนันทนาการถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ
นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า วิสัยทัศน์สำคัญของกรมพลศึกษาคือสนับสนุนให้คนไทยออกกำลังกาย เล่นกีฬา และทำกิจกรรมนันทนาการเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์หรือวิถีชีวิตประจำวัน เพื่อให้ประชาชนมีสมรรถภาพทางกายที่แข็งแรง มีสุขภาวะที่ดี และสามารถเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ
กรมพลศึกษาขับเคลื่อนกีฬาและนันทนาการครอบคลุมทุกช่วงวัย
กรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดำเนินโครงการและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย กีฬา และนันทนาการสำหรับประชาชนหลายกลุ่ม โดยมีโครงการสำคัญ ได้แก่ การแข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ครอบคลุมพื้นที่การแข่งขัน 10 เขตทั่วประเทศ 77 จังหวัด เพื่อค้นหาเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพด้านกีฬา หรือ “ค้นหาช้างเผือก” และส่งต่อไปยังสมาคมกีฬาต่าง ๆ เพื่อพัฒนาสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติในระดับนานาชาติ
สำหรับการแข่งขันกีฬาและนันทนาการผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปเข้าร่วมทั้งกิจกรรมกีฬา เช่น เกทบอลและกรีฑา รวมถึงกิจกรรมนันทนาการ เช่น การเต้นลีลาศและการร้องเพลงคาราโอเกะ เพื่อส่งเสริมการรวมกลุ่ม การออกกำลังกาย และสุขภาวะของผู้สูงอายุ
อีกโครงการสำคัญคือ “โครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้” ซึ่งมุ่งป้องกันอุบัติเหตุจากการจมน้ำในเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี โดยกรมพลศึกษาจัดสรรงบประมาณไปยังจังหวัดต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการฝึกทักษะการเอาชีวิตรอดทางน้ำให้แก่เด็กและเยาวชน
ด้านกีฬาเยาวชน กรมพลศึกษายังจัดการแข่งขันฟุตบอลและกีฬานักเรียนขาสั้น รุ่นอายุ 14 ปี 16 ปี และ 18 ปี ก. รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ก กรมพลศึกษา ตลอดจนวอลเลย์บอล บาสเกตบอล และฟุตซอลระหว่างโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเวทีพัฒนาทักษะและเปิดโอกาสให้นักกีฬาเยาวชนก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น
ขณะเดียวกัน กรมพลศึกษายังจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการระดับเยาวชน เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนคนพิการได้เล่นกีฬาและออกกำลังกายตามความสนใจ พัฒนาสมรรถภาพทางกายและจิตใจ สร้างความอดทน ระเบียบวินัย น้ำใจนักกีฬา รวมถึงส่งเสริมโอกาสและความเสมอภาคในการดำรงชีวิตในสังคม
ด้านนันทนาการ กรมพลศึกษาดำเนิน “โครงการนันทนาการเติมฝัน ปันสุข” และกิจกรรมประกวดทางวัฒนธรรม อาทิ การประกวดวงโยธวาทิตชิงถ้วยพระราชทานฯ และการประกวดวงโปงลางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ส่งเสริมมวยไทยสู่คนไทยและชาวต่างชาติ
กรมพลศึกษายังดำเนินงานผ่านโครงการสถาบันอนุรักษ์ศิลปะมวยไทย โดยเปิดชั้นเรียนมวยไทยโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ณ ศูนย์อนุรักษ์ศิลปะมวยไทยและกีฬาไทย สนามศุภชลาศัย รวมถึงส่งครูมวยไทยไปเผยแพร่วัฒนธรรมและทักษะมวยไทยต้นตำรับในต่างประเทศ เช่น ประเทศโมร็อกโก ซึ่งมีเด็ก เยาวชน ผู้ฝึกสอน และนักกีฬามวยระดับแชมป์เข้าร่วมมากกว่า 1,000 คน
อีกกลไกสำคัญคือการจัดตั้งชมรมกีฬาและอาสาสมัครกีฬา หรือ อสก. เพื่อสร้างเครือข่ายส่งเสริมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาในระดับชุมชน ปัจจุบันมีการจัดตั้งชมรมส่งเสริมการออกกำลังกายและเล่นกีฬาแล้วมากกว่า 8,041 แห่ง ครอบคลุม 76 จังหวัด และครอบคลุมพื้นที่ตำบลทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวน 7,255 ตำบล
กรมพลศึกษายังจัดอบรมจิตอาสากีฬาแล้ว 10 รุ่น มีผู้ผ่านการอบรมรวม 1,396 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นเครือข่ายแกนนำในการกระตุ้นและส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างสม่ำเสมอ
ยกระดับวิทยาศาสตร์การกีฬา ใช้เทคโนโลยีดูแลสุขภาพประชาชน
นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า ปัจจุบันกรมพลศึกษาให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์การกีฬามาประยุกต์ใช้ในการดูแลสุขภาพประชาชน โดยมีแอปพลิเคชัน DPE Fit Test ของสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา ซึ่งช่วยให้ประชาชนประเมินสมรรถภาพทางกายและรับคำแนะนำในการพัฒนาตนเองให้เข้าสู่เกณฑ์มาตรฐาน ทั้งด้านดัชนีมวลกาย หรือ BMI มวลกล้ามเนื้อ และรอบเอว เพื่อช่วยลดปัจจัยเสี่ยงต่อกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs
นอกจากนี้ กรมพลศึกษายังบูรณาการความร่วมมือกับกรมการแพทย์ และสภากายภาพบำบัด กระทรวงสาธารณสุข ผ่านการจัดทำบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ด้านเวชศาสตร์การกีฬา หรือ Sports Medicine เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้และบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์การกีฬากับแพทย์และผู้เชี่ยวชาญ
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งพัฒนาระบบดูแลนักกีฬา ตั้งแต่การตรวจประเมิน การรักษา การผ่าตัด ไปจนถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพ เพื่อให้ผู้ได้รับบาดเจ็บได้รับบริการที่เหมาะสม และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือกลับเข้าสู่การแข่งขันกีฬาได้อย่างปลอดภัย
ขณะเดียวกัน กรมพลศึกษามีแผนความร่วมมือระยะ 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2571–2575 กับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เพื่อพัฒนาโครงสร้างทางกายภาพของเด็กไทย ผ่านการส่งเสริมโภชนาการและการออกกำลังกายที่เหมาะสมในช่วงอายุ 10–18 ปี โดยมีเป้าหมายยกระดับส่วนสูงเฉลี่ยของเด็กไทยในอนาคต และเพิ่มศักยภาพของเยาวชนไทยในการแข่งขันในระดับสากล
“ขยับกาย ขยายสุข ทุกช่วงวัย ทั่วไทย” ปรับการสื่อสารจากการรับรู้สู่การลงมือทำ
นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา เปิดเผยว่า กรมพลศึกษาได้จัดทำร่างแผนประชาสัมพันธ์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 และแผนระยะ 5 ปี พ.ศ. 2571–2575 เพื่อปรับการรับรู้ของประชาชนให้ไปสู่การมีส่วนร่วมและการลงมือทำจริง ภายใต้แนวคิด “ขยับกาย ขยายสุข ทุกช่วงวัย ทั่วไทย” หรือ “Move for Good, Move for All”
แนวคิดดังกล่าวมุ่งสร้างการรับรู้ควบคู่กับการเชิญชวนให้ประชาชนลงมือออกกำลังกาย เล่นกีฬา และทำกิจกรรมนันทนาการ โดยต้องการสื่อสารภาพลักษณ์ของกรมพลศึกษาในฐานะหน่วยงานที่สนับสนุนให้การขยับร่างกายเป็นเรื่องง่าย สนุก และเข้าถึงได้สำหรับคนไทยทุกคน
ถอดบทเรียนความปลอดภัยจากกีฬามวลชน ยกระดับมาตรฐานสนามและกิจกรรม
นายมงคล วิมลรัตน์ กล่าวถึงกระแสความนิยมของกีฬาเยาวชน โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน 7 คน แชมป์กีฬา 7HD รอบชิงชนะเลิศ ณ สนามศุภชลาศัย ซึ่งมีแฟนกีฬาเข้าชมเป็นจำนวนมากจนพื้นที่โดยรอบหนาแน่นว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนพลังของกีฬาและความสนใจของประชาชน แต่ในอีกด้านหนึ่ง กรมพลศึกษาต้องให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยของผู้ชมและผู้ใช้สนาม
โดยเฉพาะสนามศุภชลาศัยที่มีอายุมากกว่า 90 ปี กรมพลศึกษาจึงมีการตรวจสอบโครงสร้างทางวิศวกรรม เพื่อกำหนดจำนวนผู้เข้าชมให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย และมีแนวทางจำกัดจำนวนผู้เข้าชมสำหรับการแข่งขันนัดสำคัญอย่างเข้มงวดในอนาคต
สำหรับการพัฒนากิจกรรมนันทนาการในอนาคต กรมพลศึกษามีแนวคิดยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การกางเต็นท์ การเดินป่า การพายเรือคายัค และกิจกรรมแรลลี่ ให้มีมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล หรือ Safe Sport & Safeguards เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
แนวทางดังกล่าวยังมีเป้าหมายเชื่อมโยงกิจกรรมกีฬาและนันทนาการกับเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจนจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างเหมาะสม
กรมพลศึกษาผนึกภาคี สร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ยั่งยืน
นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า กีฬาและการออกกำลังกายสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันปัญหาสุขภาพ โดยกรมพลศึกษาพร้อมทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และกระทรวงมหาดไทย เพื่อร่วมกันสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถออกกำลังกาย เล่นกีฬา และทำกิจกรรมนันทนาการได้อย่างต่อเนื่อง
“กีฬาเป็นยาตอบโจทย์ชีวิต การออกกำลังกายคือการป้องกันที่ต้นเหตุก่อนร่างกายจะเจ็บป่วย กรมพลศึกษาพร้อมเป็นแกนกลางในการประสานงานร่วมกับท้องถิ่น สสส. สปสช. กทม. และกระทรวงมหาดไทย เพื่อสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่ยั่งยืน และขอเชิญชวนคนไทยทุกคนหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ขยับร่างกายวันละนิด เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีไปด้วยกัน” นายมงคล วิมลรัตน์ อธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวทิ้งท้าย
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนภารกิจของกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการแข่งขันกีฬา แต่ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมการออกกำลังกาย การพัฒนานักกีฬาเยาวชน การส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ การสร้างโอกาสสำหรับคนพิการ การพัฒนานันทนาการ การอนุรักษ์และเผยแพร่มวยไทย การใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อผลักดันให้ “การออกกำลังกาย เล่นกีฬา และนันทนาการ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทยทุกช่วงวัย และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนทั่วประเทศ
0 Comments