นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือในครั้งนี้ว่า "TPC ได้ดำเนินกิจการมาเป็นระยะเวลา 23 ปี มีพันธกิจหลักในการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพและคุณภาพสูงเพื่อเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย อันเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ
การท่องเที่ยว พร้อมเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการเป็น จุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับการพำนักระยะยาว โดยบริษัทให้ความสำคัญสูงสุดในเรื่องความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้กับชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย เราจึงได้มีการบูรณาการยกระดับมาตรฐานการคัดกรองสมาชิกให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนับว่า ความร่วมมือในครั้งนี้มีจำนวนพันธมิตรเข้าร่วมมากที่สุดถึง 5 หน่วยงาน การดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในครั้งนี้นับเป็นการพัฒนามาตรฐาน
ในการคัดกรองสมาชิกชาวต่างชาติจากการผนึกกำลังกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในด้านความปลอดภัยให้กับนานาชาติทั่วโลก” ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นบูรณาการสำคัญในการสร้างบรรทัดฐานใหม่ของการคัดกรองชาวต่างชาติผู้พำนักระยะยาวเพื่อป้องกันปัญหาการกระทำความผิดในราชอาณาจักรและอาชญากรรมระหว่างประเทศ ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวต่างชาติที่เลือกประเทศไทยในการเป็นหมุดหมายสำหรับการพำนักระยะยาว (Trusted Thailand) ซึ่งสอดคล้องกับการที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็น จุดหมายปลายทางระดับโลกที่มีความปลอดภัยสูงสุด (World-Class Safest Destination)
ในด้าน พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กล่าวว่า “ในยุคที่อาชญากรรมมีความซับซ้อนและมีลักษณะข้ามพรมแดนมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การบูรณาการด้านข้อมูลและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือกับ Thailand Privilege ในครั้งนี้ จึงช่วยสกัดกั้นบุคคลที่มีความเสี่ยงด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาจจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องชาวไทยและชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้อง โดยทั้งสองหน่วยงานจะมีการดำเนินงานอย่างรัดกุมภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความปลอดภัยต่อไป”
พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1 (สตม.) กล่าวว่า “กองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีภารกิจหลักในการให้บริการคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในเขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร พิจารณาอนุมัติให้คนต่างด้าวที่ประสงค์เข้ามาพำนักในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ซึ่งบุคคลที่มีสิทธิพำนักในราชอาณาจักรจะต้องมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง นอกจากนี้เรายังมีพันธกิจในการดำเนินงานประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาอนุญาตและการอำนวยความสะดวกให้กับคนต่างด้าว ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความมั่นคงอันเป็นรากฐานสำคัญและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของประเทศ”
การเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวังและคัดกรองบุคคลไม่พึงประสงค์ อันเป็นภารกิจที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตระหนักและพัฒนากระบวนการการคัดกรองบุคคลต่างด้าวด้วยมาตรการที่เข้มงวด รัดกุม แต่ยังคงอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พำนักระยะยาว อาทิ เมื่อชาวต่างชาติที่ได้สิทธิ์ลงตราในการพำนักระยะยาวจำเป็นต้องมีการแจ้งการพำนักในราชอาณาจักรทุก 90 วัน ซึ่งสามารถแจ้งทางอิเล็กทรอนิกส์ (Internet) ได้ เป็นต้น”
ปัจจุบัน Thailand Privilege มีสมาชิกชาวต่างชาติคุณภาพสูงจำนวนกว่า 40,000 คนจากกว่า 50 สัญชาติทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกที่ได้รับความนิยมสำหรับชาวต่างชาติในการพำนักระยะยาว ซึ่งถือว่าเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพควบคู่ไปกับการเป็น “บ้านหลังที่สอง” เพื่อการพำนักระยะยาวที่ปลอดภัยและอบอุ่นสำหรับทั้งสมาชิกชาวต่างชาติผู้พำนักและคนไทยซึ่งเป็นเจ้าของบ้านทุกคน
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
0 Comments