Header Ads Widget

Header ADS

สวทช. โดยแพลตฟอร์ม PhytoEX เปิดตัว 2 โครงการหนุนสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้วยสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทย

 สวทช. โดยแพลตฟอร์ม PhytoEX เปิดตัว 2 โครงการหนุนสร้างผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้วยสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทย

เทรนด์สังคมสูงวัยที่ไม่ใช่แค่ความแก่ชรา แต่เป็นเรื่องของสุขภาพ อายุยืนยาว และความสวยความงาม สวทช. โดย แผนงานนวัตกรรม PhytoEX เปิดตัว 2 โครงการ PhytoEX Celebrity Accelerator Program จับมือ 5 เซเลปสู่ 5 ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากสารสกัดสมุนไพรไทย และ PhytoEX Innovation Competition 2026 หนุน 10 บริษัทต่อยอดสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทยสู่ 10 ผลิตภัณฑ์ เพื่อค้นหาเอกชนชั้นนำ ทั้งในด้านยอดขาย การรับรู้ ตั้งเป้า 15 ผลิตภัณฑ์เพื่อการชะลอวัยและสุขภาพยืนยาวรุกตลาด Longevity ภายในปี 2569 คาดการณ์ผู้ใช้ประโยชน์ 650,000 คน สร้างมูลค่าผลกระทบเศรษฐกิจจากสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทยกว่า 500 ล้านบาท ดัน วทน. ติดปีกเอกชนไทยสู่เวทีเศรษฐกิจอายุยืนยาว

ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)  กล่าวว่า ปัจจุบัน สวทช. ขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กลยุทธ์ “S&T Implementation for Sustainable Thailand” โดยมุ่งเน้นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรมและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ตัวชี้วัดความสำเร็จของงานวิจัย จึงไม่ใช่จำนวนผลงานตีพิมพ์เท่านั้น แต่คือการที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมสามารถถูกนำไปใช้ได้จริง เกิดสินค้าใหม่ เกิดธุรกิจใหม่ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ 

ในบริบทของเศรษฐกิจอายุยืน หรือ Longevity Economy สวทช. มองเห็นโอกาสของไทยในการใช้จุดแข็งด้านความหลากหลายทางชีวภาพและสมุนไพรไทย ผนวกเข้ากับวิทยาศาสตร์ขั้นสูง นั่นจึงเป็นที่มาของการเกิดขึ้นของโปรแกรมวิจัย PhytoEX หรือ แพลตฟอร์มสร้างนวัตกรรมสารออกฤทธิ์จากสมุนไพรไทย เพื่อความงาม สุขภาพ และอายุยืนยาว สวทช. มีความเชื่อมั่นว่า การผลักดันนวัตกรรมจากสมุนไพรไทยสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ในตลาด Longevity ไม่เพียงช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพยากรชีวภาพของประเทศ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สุขภาพ และอุตสาหกรรมอนาคตของไทย พร้อมยกระดับผู้ประกอบการไทยให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน

ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการมองการมีชีวิตยืนยาวในเฉพาะมิติของอายุขัย สู่การให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในระยะยาว หรือ Longevity ซึ่งกลายมาเป็น Megatrend ที่จะปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและพฤติกรรมผู้บริโภค ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงอายุที่ยืนยาวขึ้น แต่ต้องการมีสุขภาพดีและสามารถคงคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นไว้ให้ได้ยาวนานที่สุด โดยการวิเคราะห์ของ Market Research Future คาดว่า ภายในปี 2035 อุตสาหกรรม Longevity จะมีมูลค่าอยู่ที่ 63.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมูลค่า 23.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 10.37% ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือ “Bioactive Ingredients” จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะยกระดับบทบาทจากผู้ส่งออกวัตถุดิบ สู่ผู้ผลิตสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก 

“นาโนเทค สวทช. ในฐานะผู้ขับเคลื่อนแผนงานแพลตฟอร์ม PhytoEX มุ่งยกระดับสมุนไพรไทยสู่สารออกฤทธิ์มูลค่าสูง โดยพัฒนาเทคโนโลยีครอบคลุมตลอดห่วงโซ่มูลค่า ด้วยศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านนาโนเทคโนโลยี พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงตั้งแต่การพัฒนาสารสกัดมาตรฐาน การเพิ่มมูลค่าด้วยเทคโนโลยี ไปจนถึงการผลักดันสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ที่จะช่วยสร้างโอกาสและผลักดันอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามไทยให้ก้าวสู่เศรษฐกิจ Longevity อย่างเต็มรูปแบบ”

“เราคาดว่า ภายในระยะเวลา 1 ปี โครงการนี้จะสามารถสร้างผู้ได้รับประโยชน์มากกว่า 650,000 คน และก่อให้เกิดมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมมากกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า งานวิจัยไทยสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้” ดร. ภญ.อุรชากล่าว.

ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี ผู้อำนวยการแผนงานนวัตกรรม PhytoEX สวทช. กล่าวว่า สวทช. โดยแพลตฟอร์ม PhytoEX ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านการพัฒนาและผลิตสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทย โดยมีพันธกิจสำคัญคือ แปรรูปสมุนไพรไทยสู่สารออกฤทธิ์มูลค่าสูงระดับโลก แม้ไทยเรามีสมุนไพรที่หลากหลายและมีศักยภาพ แต่มีการนำเข้าสารสกัดมากกว่าการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ PhytoEX จึงเข้ามาเป็นกลไกที่จะเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยจากวัตถุดิบสู่ “สารออกฤทธิ์มูลค่าสูง” ตั้งแต่การสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ได้สารสำคัญในปริมาณสูง การกักเก็บห่อหุ้มระดับนาโน (Nano-encapsulation) ไปจนถึงแพลตฟอร์มการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย ทั้งระดับเซลล์ เนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ สัตว์ทดลอง การทดสอบทางคลินิก รวมถึงการทดสอบด้าน Longevity โดยเฉพาะ

“ภาคเอกชนจะเป็นพันธมิตรหลัก และเป็นจิ๊กซอว์ที่ช่วยให้การส่งต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปถึงมือผู้ใช้จริง ผ่าน 2 โครงการ ได้แก่ PhytoEX Celebrity Accelerator Program และ PhytoEX Innovation Competition ที่จะนำสารออกฤทธิ์ไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ สามารถวางจำหน่ายและแข่งขันได้ในตลาด เพื่อให้มั่นใจว่าสารออกฤทธิ์เหล่านี้ไม่ได้ดีแต่ในห้องแล็บ แต่สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว” ดร.ธวิน กล่าว

PhytoEX Celebrity Accelerator Program เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้บุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงและมีความสนใจด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เข้ามาร่วมสร้างนวัตกรรมสินค้าเพื่อสุขภาพจากสารสกัดภายใต้แพลตฟอร์ม PhytoEX โดยมี Celebrity Innovators จำนวน 5 ทีม ได้แก่ คุณเจมส์ เรืองศักดิ์ และคุณนัชชา ลอยชูศักดิ์, คุณอิ๊ง ชยธร กิติยาดิศัย, คุณตูน สุภัชชา ปิตินันท์ ,คุณอั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ และคุณจุ๋ย วรัทยา นิลคูหา กับคุณพุฒิ พุฒิชัย เกษตรสิน โดยจับมือร่วมกับผู้ผลิต OEM ชั้นนำอย่างบริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน), บริษัท โทฟูสกินแคร์ จำกัด, บริษัท เอ็ม.วาย.อาร์.คอสเมติคส์ โซลูชั่น จำกัด และ บริษัท สเปเชียลตี้ อินโนเวชั่น จำกัด ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสารสกัดสมุนไพรไทยมูลค่าสูง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และสามารถออกสู่ตลาดได้จริง

สำหรับ PhytoEX Innovation Competition เป็นโปรแกรมการแข่งขันสำหรับ 10 ผู้ประกอบการภาคเอกชนที่มองเห็นศักยภาพของสารสกัดมูลค่าสูงจากแพลตฟอร์ม PhytoEX และต้องการนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อออกสู่ตลาด ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะคัดเลือกสารสกัดไปต่อยอดเป็นสินค้าเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พร้อมดำเนินกลยุทธ์การตลาดในเชิงพาณิชย์ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการ Coaching อย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมโอกาสในการต่อยอดการสนับสนุนด้านเงินทุนและงานวิจัย และการนำเสนอสินค้าบนเวทีระดับนานาชาติ โดยจะมีการมอบรางวัลให้กับผู้ประกอบการที่มียอดขายสูงสุด (Top Seller Award), ยอดการเข้าถึงสูงสุด (Top Viewers Award) และนวัตกรรมโดดเด่นที่สุด (Top Innovation Award)

“เราคาดหวังจะเห็นสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทยสู่ 15 ผลิตภัณฑ์ในปี 2569 เพื่อรุกตลาด Longevity ร่วมกันกับผู้ประกอบการไทย สร้างการรับรู้ สร้างความเชื่อมั่น เพื่อสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจให้กับนวัตกรรมไทยและเอกชนไทย ในขณะเดียวกัน ก็ตั้งเป้าจะขยายสู่ตลาดโลกผ่านการพัฒนา Longevity Actives สร้างความร่วมมือกับแบรนด์ระดับนานาชาติ และส่งออกสารออกฤทธิ์ผ่าน Ingredient traders ภายในปี 2572” ผู้อำนวยการแผนงานนวัตกรรม PhytoEX สวทช. ย้ำ






Post a Comment

0 Comments

News Update !!!

“นกเพลงขับขาน ครั้งที่ 2” สุดประทับใจ ศิลปินระดับตำนานถ่ายทอดบทเพลงอมตะ