ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ปัจจุบัน สวทช. ขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กลยุทธ์ “S&T Implementation for Sustainable Thailand” โดยมุ่งเน้นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในภาคอุตสาหกรรมและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม ตัวชี้วัดความสำเร็จของงานวิจัย จึงไม่ใช่จำนวนผลงานตีพิมพ์เท่านั้น แต่คือการที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมสามารถถูกนำไปใช้ได้จริง เกิดสินค้าใหม่ เกิดธุรกิจใหม่ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ดร. ภญ.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย ผู้อำนวยการศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. กล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการมองการมีชีวิตยืนยาวในเฉพาะมิติของอายุขัย สู่การให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตในระยะยาว หรือ Longevity ซึ่งกลายมาเป็น Megatrend ที่จะปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมและพฤติกรรมผู้บริโภค ผู้คนไม่ได้ต้องการเพียงอายุที่ยืนยาวขึ้น แต่ต้องการมีสุขภาพดีและสามารถคงคุณภาพชีวิตที่ดีนั้นไว้ให้ได้ยาวนานที่สุด โดยการวิเคราะห์ของ Market Research Future คาดว่า ภายในปี 2035 อุตสาหกรรม Longevity จะมีมูลค่าอยู่ที่ 63.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากมูลค่า 23.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ที่ 10.37% ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือ “Bioactive Ingredients” จึงเป็นโอกาสของไทยที่จะยกระดับบทบาทจากผู้ส่งออกวัตถุดิบ สู่ผู้ผลิตสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันได้ในระดับโลก
“นาโนเทค สวทช. ในฐานะผู้ขับเคลื่อนแผนงานแพลตฟอร์ม PhytoEX มุ่งยกระดับสมุนไพรไทยสู่สารออกฤทธิ์มูลค่าสูง โดยพัฒนาเทคโนโลยีครอบคลุมตลอดห่วงโซ่มูลค่า ด้วยศักยภาพและความเชี่ยวชาญด้านนาโนเทคโนโลยี พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงตั้งแต่การพัฒนาสารสกัดมาตรฐาน การเพิ่มมูลค่าด้วยเทคโนโลยี ไปจนถึงการผลักดันสู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก ที่จะช่วยสร้างโอกาสและผลักดันอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามไทยให้ก้าวสู่เศรษฐกิจ Longevity อย่างเต็มรูปแบบ”
ดร.ธวิน เอี่ยมปรีดี ผู้อำนวยการแผนงานนวัตกรรม PhytoEX สวทช. กล่าวว่า สวทช. โดยแพลตฟอร์ม PhytoEX ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านการพัฒนาและผลิตสารออกฤทธิ์มูลค่าสูงจากสมุนไพรไทย โดยมีพันธกิจสำคัญคือ แปรรูปสมุนไพรไทยสู่สารออกฤทธิ์มูลค่าสูงระดับโลก แม้ไทยเรามีสมุนไพรที่หลากหลายและมีศักยภาพ แต่มีการนำเข้าสารสกัดมากกว่าการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ PhytoEX จึงเข้ามาเป็นกลไกที่จะเพิ่มมูลค่าสมุนไพรไทยจากวัตถุดิบสู่ “สารออกฤทธิ์มูลค่าสูง” ตั้งแต่การสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้ได้สารสำคัญในปริมาณสูง การกักเก็บห่อหุ้มระดับนาโน (Nano-encapsulation) ไปจนถึงแพลตฟอร์มการทดสอบประสิทธิภาพและความปลอดภัย ทั้งระดับเซลล์ เนื้อเยื่อผิวหนังมนุษย์ สัตว์ทดลอง การทดสอบทางคลินิก รวมถึงการทดสอบด้าน Longevity โดยเฉพาะ
สำหรับ PhytoEX Innovation Competition เป็นโปรแกรมการแข่งขันสำหรับ 10 ผู้ประกอบการภาคเอกชนที่มองเห็นศักยภาพของสารสกัดมูลค่าสูงจากแพลตฟอร์ม PhytoEX และต้องการนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อออกสู่ตลาด ซึ่งผู้เข้าร่วมโครงการจะคัดเลือกสารสกัดไปต่อยอดเป็นสินค้าเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พร้อมดำเนินกลยุทธ์การตลาดในเชิงพาณิชย์ โดยผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการ Coaching อย่างเข้มข้นจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมโอกาสในการต่อยอดการสนับสนุนด้านเงินทุนและงานวิจัย และการนำเสนอสินค้าบนเวทีระดับนานาชาติ โดยจะมีการมอบรางวัลให้กับผู้ประกอบการที่มียอดขายสูงสุด (Top Seller Award), ยอดการเข้าถึงสูงสุด (Top Viewers Award) และนวัตกรรมโดดเด่นที่สุด (Top Innovation Award)


















0 Comments