PULL&BEAR เปิดแฟลกชิพสโตร์สาขาใหม่ล่าสุดในประเทศไทย ณ เซ็นทรัล พาร์ค
Pull&Bear (พูลแอนด์แบร์) เดินหน้าขยายอาณาจักรแฟชั่นสำหรับคนรุ่นใหม่ เผยโฉมร้านสาขาใหม่ล่าสุด ณ เซ็นทรัล พาร์ค ชั้น 3 ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านการออกแบบที่สร้างสรรค์ ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะทำให้การช้อปปิ้งทั้งสนุกและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
สาขาใหม่แห่งนี้ รังสรรค์ขึ้นบนพื้นที่กว่า 600 ตารางเมตร โดยมีคอนเซปต์การออกแบบในสไตล์เรียบหรู ลดทอนรายละเอียดอย่างมีชั้นเชิง พร้อมดีไซน์การจัดแสดงเสื้อผ้ารูปแบบใหม่ ซึ่งช่วยเปิดมุมมองของพื้นที่ให้มีความโปร่งและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ผสานเข้ากับการตกแต่งภายในร้านที่เลือกใช้พื้นผิวสีขาว วัสดุโลหะ และองค์ประกอบส่องสว่างเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
ภายใต้คอนเซปต์ใหม่ Pull&Bear พร้อมเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ลื่นไหลและทันสมัย ด้วยการนำจอดิจิทัลแบบปรับตำแหน่งได้มาใช้ในการสื่อสารภายในร้าน พร้อมติดตั้งระบบชำระเงินด้วยตนเองแบบมีพนักงานคอยดูแล (assisted self-checkout) รวมไปถึงจุดรับและคืนสินค้าอีกด้วย
ร้านสาขาใหม่แห่งนี้มาพร้อมคอลเลคชันล่าใหม่สุดสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ที่แต่ละไอเทมส์สะท้อนตัวตนของ Pull&Bear ที่เปี่ยมไปด้วยความเยาว์วัยของหนุ่มสาว สดใส มีชีวิตชีวา ผ่านพื้นที่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อประสบการณ์การช้อปปิ้งที่โดดเด่นด้วยนวัตกรรม และความหลากหลายอย่างแท้จริง
เกี่ยวกับ PULL&BEAR
Pull&Bear ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1991 ด้วยแนวคิดในการสร้างแบรนด์แฟชั่นระดับสากลสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เปิดรับสิ่งรอบตัว ไม่ยึดติดกับกรอบเดิม ๆ และมีไลฟ์สไตล์ที่ผสมผสานกับชุมชนของตนเองอย่างกลมกลืน
ด้วยเป้าหมายดังกล่าว Pull&Bear จึงนำเสนอเทรนด์แฟชั่นระดับโลกที่ทันสมัย ผสมผสานกับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมสตรีท และคลับแฟชั่น ผ่านการตีความใหม่ในสไตล์เฉพาะของแบรนด์ เพื่อนำมาตีความใหม่ให้กลายเป็นเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ใช้งานง่าย และเข้ากับชีวิตประจำวัน โดยคำนึงถึงหลักปฏิบัติด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง Pull&Bear เติบโตและพัฒนาไปพร้อมกับลูกค้าอยู่เสมอ โดยเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงติดตามเทรนด์ด้านศิลปะและดนตรีอย่างใกล้ชิด คอลเลคชันของ
แบรนด์มีวางจำหน่ายในกว่า 200 ตลาดทั่วโลก ผ่านแพลตฟอร์มที่ผสานการขายหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ www.pullandbear.com
Pull&Bear เป็นบริษัทในเครือ Inditex ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจค้าปลีกแฟชั่นชั้นนำของโลก โดยมีร้านค้ามากกว่า 5,000 สาขาทั่วโลก และแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับแบรนด์ทั้ง 7 แบรนด์ ได้แก่ Zara, Pull&Bear, Massimo Dutti, Bershka, Stradivarius, Oysho และ Zara Home
Inditex มุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี ค.ศ. 2040 และดำเนินธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อตอบสนองความต้องการด้านแฟชั่นที่มีคุณภาพควบคู่ไปกับแนวทางที่ยั่งยืน
เกี่ยวกับ AL-FUTTAIM GROUP
Al-Futtaim Group Thailand (อัลฟูลเทม กรุ๊ป ประเทศไทย) เป็นผู้ได้รับสิทธิ์ธุรกิจแฟรนไชส์ภายใต้เครือ Inditex Group ในประเทศไทย ซึ่งดูแลแบรนด์ต่างๆ อาทิ Zara, Massimo Dutti, Pull&Bear, Bershka, Oysho และ Zara Home โดย Al-Futtaim เป็นกลุ่มผู้ดำเนินธุรกิจที่ตั้งอยู่ในตะวันออกกลาง ซึ่งได้ทำงานร่วมกับแบรนด์ที่มีนวัตกรรมสร้างสรรค์และได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก ทั้งจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ รวมไปถึงในอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มีความหลากหลาย ทั้งยานยนต์ ค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และการเงิน














0 Comments