“รวินท์ ชอบใช้” นายทะเบียนพรรคโอกาสใหม่ เปิดวิสัยทัศน์ “บริหารนำการเมือง”
นายรวินท์ ชอบใช้ นายทะเบียนพรรคโอกาสใหม่ เปิดเผยถึงความตั้งใจในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสังคมผ่านประสบการณ์การเป็นนักธุรกิจเพื่อสังคมเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยระบุว่าแม้จะประสบความสำเร็จในการจ้างงานคนพิการในภาคธุรกิจมาแล้วกว่า 1,000 คน แต่พบว่ากลไกภาคธุรกิจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรองรับกลุ่มคนพิการวัยทำงานที่มีจำนวนมากกว่า 800,000 คนทั่วประเทศให้เข้าสู่ระบบแรงงานได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามการเมืองร่วมกับพรรคโอกาสใหม่ เพราะเชื่อในหลักการ “บริหารนำการเมือง” พร้อมกับความเป็นคนรุ่นใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างยั่งยืน
โดยพร้อมที่จะนำความรู้และประสบการณ์จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 1 และจากการได้รับโอกาสเข้าร่วมโครงการระดับนานาชาติอย่างทุน ทุนสถานทูตอเมริกาเรื่อง civic engagement ซึ่งประสบการณ์ในระดับสากลนี้เองที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ตนต้องการนำความรู้ด้านกฎหมายและมาตรฐานสากลกลับมาปรับใช้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นกว่าเดิม
สำหรับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง พรรคโอกาสใหม่ได้นำเสนอนโยบายเชิงรุก 3 ด้านเพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้แก่กลุ่มคนพิการ ประกอบด้วย
1. การแก้ไขกฎหมายเพื่อปรับเพิ่มโควตาการจ้างงานคนพิการ ปรับเพิ่มอัตราส่วนในสถานประกอบการจากเดิม 100:1 เป็น 50:1 ซึ่งแนวทางนี้จะส่งผลให้เกิดการจ้างงานใหม่ในระบบทันทีถึง 45,000 อัตรา เพื่อให้ผู้พิการมีชีวิตที่ดีขึ้น
2. การปรับปรุงเงินสมทบกองทุนแทนการจ้างงาน กรณีบริษัทเลือกส่งเงินเข้ากองทุนแทนการจ้างงาน พรรคจะปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบเป็น 200% เพื่อสร้างแรงจูงใจและใช้เป็นกลไกผลักดันให้สถานประกอบการพิจารณาจ้างคนพิการเข้าทำงานจริง
3. การมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษี 300% นายจ้างสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างงานคนพิการไปหักลดหย่อนภาษีประจำปีได้สูงถึง 3 เท่า หรือ 300% เพื่อจูงใจให้บริษัทเกิดการจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการ
นายรวินท์ ย้ำว่านโยบายดังกล่าวได้รับการออกแบบมาเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่สร้างประโยชน์ร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย หรือ Win-Win-Win โดยกลุ่มคนพิการจะมีงานทำที่มั่นคงและเข้าสู่ระบบแรงงานจริงทันที 4.5 หมื่นตำแหน่ง ในขณะที่ภาคเอกชนสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างงานไปลดหย่อนภาษีได้ตามกฎหมาย ส่วนในมิติของรัฐบาล จะช่วยประหยัดงบประมาณด้านการสงเคราะห์ลงอย่างมหาศาล พร้อมทั้งได้รับรายได้ในรูปแบบภาษีคืนกลับมาจากกลุ่มแรงงานใหม่ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศและสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นจริง
“ผมไม่ได้มาเพื่อขายฝัน แต่ผมมาเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนเท่าเทียมกัน เราจะได้ประเทศที่เศรษฐกิจดีขึ้นและมีความเท่าเทียมมากขึ้นในชาตินี้ ไม่ต้องรอชาติหน้า” นายรวินท์ กล่าวทิ้งท้ายพร้อมฝากให้ประชาชนสนับสนุนพรรคโอกาสใหม่ เบอร์ 44 ในการเลือกตั้งครั้งนี้
0 Comments